กระแสน้ำเปลี่ยนทิศเซาะตลิ่งลำน้ำกระบุรีระนองทรุดหนัก

Date Posted : 31/05/2012 18:14:37

Rating :

Views : 426


โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1. กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม อย่างวิญญูชน พึงกระทำ พร้อมลงนาม

2. ทีม Nationchannel.com ขอสงวนสิทธิ์ ในการลบข้อความ ที่ หมิ่นต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

3. ไม่ควรใช้ ถ้อยคำที่ หยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด กล่าวหาให้ร้ายผู้อื่น หรือสร้างความแตกแยก ในสังคม

4. ทุกความคิดเห็นนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับ ทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ และ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้ทุกกรณี ประกอบกับทีมงาน ขอสงวนสิทธิ์ใน การลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็น

 

แสดงความคิดเห็น
Share

user_iconตั้มสยามเช้านี้

      กระแสน้ำเปลี่ยนทิศเซาะตลิ่งลำน้ำกระบุรีระนองทรุดหนัก

      ระนอง---กระแสน้ำเปลี่ยนทิศเซาะตลิ่งลำน้ำกระบุรี ซึ่งเป็นลำน้ำกั้นแนวพรมแดนไทย-พม่าทรุดหนักกินพื้นที่ลึกเข้าฝั่งไทยพื้นที่หายไปแล้วกว่า 80 ไร่ ด้าน อปท.ในพื้นที่เร่งประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องสร้างแนวเขื่อนรับมือ

       นายศุภชัย ไขวารี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลมะมุ อ.กระบุรี จ.ระนอง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าจากกระแสน้ำในลำน้ำกระบุรีซึ่งเป็นลำน้ำที่กั้นแนวพรมแดนไทย-พม่าด้าน จ.ระนอง-เกาะสอง ที่เปลี่ยนทิศทางการไหลปรากฏว่าได้ส่งผลให้เกิดการเซาะชายตลิ่งตลอดแนวลำน้ำกระบุรีกินลึกเข้ามายังฝั่งไทยในหลายจุดจนส่งผลให้บางจุดเกิดปัญหาร่องน้ำลึกที่ส่งผลให้แนวพรมแดนไทย-พม่ามีการเปลี่ยนแปลง โดยในส่วนของ อ.กระบุรีพบปัญหาน้ำเซาะชายฝั่งรุนแรงใน 3 ตำบลคือ ต.มะมุ,ต.น้ำจืด และ ต.ปากจั่น

       “ในส่วนของ ต.มะมุพบเป็นพื้นที่ที่เกิดปัญหาน้ำเซาะตลิ่งรุนแรงที่สุดใน 4 หมู่บ้านประกอบด้วย ม. 1, ม.2 ,ม.4 และ ม.5 โดยเฉพาะในพื้นที่ ม. 1 และ ม. 4 พบน้ำเซาะกินลึกเข้ามาในฝั่งไทยทำให้พื้นที่หายไปกว่า 80 ไร่ ซึ่งพิสูจน์ได้จากเอกสารสิทธิของชาวบ้านที่พบว่าพื้นที่ได้กลายเป็นแม่น้ำ หรือบางคนพื้นที่ทุ่งนากลายเป็นเกาะกลางน้ำในปัจจุบัน”

       นายศุภชัยกล่าวต่อว่า ในส่วนของ ต.มะมุได้แก้ปัญหาโดยการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำเซาะตลิ่งรวม 5โครงการ ประกอบด้วย ม. 5 รวม 2 โครงการความยาว 500 ม. ม. 4 ระยะทาง 350 ม. ม. 1 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดปัญหาน้ำเซาะรุนแรงที่สุด ได้มีการสร้างแนวเขื่อนยาวถึง 1 กม. ส่วนโครงการก่อสร้างแนวเขื่อนล่าสุด ที่กำลังดำเนินการในพื้นที่ ม. 4 ความยาว 500 ม. และนอกจากพื้นที่ฝั่งไทยที่พบปัญหา ทราบว่าในส่วนของประเทศพม่าก็เกิดปัญหาน้ำเซาะตลิ่งเช่นกันโดยเฉพาะพื้นที่ตรงข้ามบ้านนางกลาง ม. 4 พบว่าทางการพม่ากำลังก่อสร้างแนวเขื่อนยาวประมาณ 500 ม.เพื่อป้องกันน้ำเซาะตลิ่งเช่นเดียวกับฝั่งไทย

       นางจบ เลือดหลังสวน อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/3 ม. 2 ต.มะมุ อ.กระบุรี จ.ระนอง เล่าว่า เพื่อนบ้านของตนถูกกระแสน้ำเปลี่ยนทิศเซาะตลิ่งกินลึกเข้ามาจนถึงตัวบ้านจนปัจจุบันบ้าน 2 หลังได้จมหายไปในแม่น้ำ ส่วนบ้านของตนที่อาศัยอยู่ในปัจจุบันน้ำก็เซาะกินลึกพื้นดินที่ติดแม่น้ำหายไปแล้วกว่า 30 ม.จนเกือบถึงตัวบ้าน โดยก่อนหน้านี้ทางตนและเพื่อนบ้านได้พยายามทำกำแพงป้องกันแต่ปรากฏว่าไม่สามารถต้านทานความแรงของกระแสน้ำได้จนกำแพงที่ก่อสร้างปัจจุบันพังจมหายไปในแม่น้ำหมดแล้ว

       ด้านแหล่งข่าวจากสำนักงานจังหวัดระนองกล่าวว่า ขณะนี้ทางจังหวัดระนองเร่งจัดทำโครงการเร่งด่วนเพื่อขอบประมาณสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำกระบุรีพัง ซึ่งปัจจุบันพบปัญหาอยู่ในขั้นวิกฤติเนื่องจากบางพื้นที่อาจทำให้แนวพรมแดนมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะร่องน้ำลึกที่เป็นอาณาเขตกั้นพรมแดนไทย-พม่า ด้านจังหวัดระนอง-เกาะสองเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง

       “ที่ผ่านมาทางจังหวัดระนองได้แจ้งไปยังจังหวัดระนองผ่านการประชุมคณะกรรมการชายแดนท้องถิ่นไทย-พม่า ด้านจังหวัดระนอง-เกาะสอง ถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงการที่ฝ่ายไทยจะสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง ซึ่งในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายพม่าได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้กับส่วนกลางทราบ และแจ้งว่าไม่ขัดข้อง แต่ทางพม่าขอเข้ามาสังเกตการณ์ในช่วงที่มีการก่อสร้าง แต่เมื่อสร้างได้ระยะหนึ่งก็มีการประท้วงเพราะกระแสน้ำตีกลับ ซึ่งขณะนี้กำลังรอการเจรจาครั้งใหม่เพื่อทำความเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น”

       จากการสำรวจพบว่าปัญหาตลิ่งพังได้เกิดขึ้นตลอดแนวลำน้ำกระบุรี ทั้งนี้เป็นเพราะกระแสน้ำที่พัดได้พัดในลักษณะหวนเข้าสู่ฝั่งของประเทศไทยส่งผลให้ชายตลิ่งของไทยตามแนวลำน้ำกระบุรีจึงโดนกัดเซาะตลอดเวลา ซึ่งปัญหาดังกล่าวนอกจากจะกระทบต่อประชาชนในพื้นที่แล้ว ยังเกิดผลกระทบต่อปัญหาแนวพรมแดน เนื่องจากสันดอนกลางแม่น้ำ รวมถึงร่องน้ำลึกเริ่มมีการเปลี่ยนแนว หรือบางจุดแนวพรมแดนได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว

       เขตพื้นที่ที่ตลิ่งมีการทรุดตัวหนักประกอบด้วยพื้นที่ 3 ตำบลคือตำบลน้ำจืด,ตำบลมะมุ และตำบลปากจั่น เป็นระยะทางหลาย กม. ซึ่งจากการประชุมเพื่อสรุปถึงปัญหาและแนวทางการแก้ไข พบว่าทางออกเดียวที่จะแก้ปัญหาในเรื่องนี้คือต้องสร้างแนวเขื่อนเพื่อป้องกันการกัดเซาะตลิ่งแบบถาวร แต่การสร้างเขื่อนจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ส่วนหนึ่งจึงต้องรองบประมาณในการดำเนินการ โดยในเบื้องต้นที่สำนักการโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระนอง เข้าไปประเมินและทำการออกแบบในพื้นที่ 18 จุดสำคัญที่ตลิ่งพังพบว่าจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากถึง 500 ล้านบาท

      

      

      

      

Catagory : ภูมิภาค

Tags : น้ำเซาะตลิ่งแม่น้ำกระบุรี/ระนอง/บุญเลื่อน

URL :

Embed :