นครปฐม-20-8-55-จับโจรซิ่งบิ๊กไบร์ทปล้นร้านทองทับสะแก-อรกัญญา หลิมสัมพันธ์
นครปฐม
ข่าว/ภาพวีดีโอ...อรกัญญา หลิมสัมพันธ์ 084-414-6442
ประเด็น...จับ 2 คนร้ายคู่เกย์ชิงทรัพย์ร้านทองทับสะแก
ภาพวีดีโอส่ง...ftp://,วีดีโอเซ็นเตอร์,facebook
สืบสวนภาค 7 รวบตามรวบโจร 2 คนร้ายคู่เกย์นศ.นิติศาสตร์ มหาลัยชื่อดังซิ่งบิ๊กไบปล้นทองจ.ประจวบ หลังตร.พลิกแผ่นดินตามล่า 3 ภาคและในนครบาล แล้วจนมุมที่ชลบุรีทองสูญได้แค่ปืน-รถ หลังปะทะเดือดในเขตนครบาลจนถูกกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ก้น
เมื่อเวลา 11.30 น. วันนี้(20 ส.ค.)ที่กองร้อยที่ 3 ศฝร.ภ.7 อ.เมือง จ.นครปฐม โดยพล.ต.ท. หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7,พล.ต.ต. สมบูรณ์ ฮวบบางยาง รอง ผบช.ภ.7 , พล.ต.ต. โสภณ พิสุทธิวงษ์ รอง ผบช.ภ.7,พล.ต.ต. พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ รอง ผบช.ภ.7 ร่วมกับพล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบก.สส.ภ.7พล.ต.ต.วิเชียร ตันตะวิริยะ ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ,พ.ต.อ.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบก.สส.ภ.7 พร้อมชุดสืบสวนจับกุม ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ ศูนย์สืบสวนสอบสวนภาค 7 และเจ้าหน้าที่กองบังคับการกลุ่มงานสืบสวนภูธรภาค 7 แถลงข่าวการจับกุมตัวนายสาธิต หรือ ไม้ พรหมแก้ว อายุ 26 ปีอยู่บ้านเลขที่ 18 ม.1 ต.ท่าหิน อ.สวี จว.ชุมพร และนายอำพล หรืออั๋นหรือพล นามกร อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 76/2 ม.2 ต.ทุ่งระยะ อ.สวี จว.ชุมพร 2 นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง คนร้ายที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ทองรูปพรรณ น้ำหนักประมาณ 200 บาท ราคาประมาณ 5,000,000 บาท ที่ร้านทองงามศิลป์ 2 ในตลาดเทศบาลทับสะแก ต.ทับสะแก อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยของกลางเครื่องเป่าไฟหลอมโลหะ 2 ชุด,แก๊สกระป๋อง 2 กระป๋อง,มาตรวัด 1 อัน,กระเป๋าเสื้อผ้าขนาดต่างๆรวม 5 ใบ,อาวุธปืนลูกซองยาว ขนาด 12 จำนวน 1 กระบอก ยี่ห้อเรมิงตัน 870 ไม่ปรากฏทะเบียน,หมวกกันน็อค จำนวน 2 ใบ(ที่ใช้ในวันปล้น)รถจักรยานยนต์ของกลาง ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นซุปเปอร์โฟร์ สีแดง-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายหมายเลขทะเบียน โดยหมายเลขตัวรถถูกขูดลบ และหมายเลขเครื่องถูกขูดลบบางส่วนอ่านได้เพียง NCE 23 E - จำนวน 1 คัน ในข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์ โดยมีและใช้อาวุธปืน และโดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกในการกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป และพยายามฆ่าผู้อื่น โดยเจตนาย่อมเล็งเห็นผล เหตุเกิดที่ร้านทองงามศิลป์ 2ในตลาดเทศบาลทับสะแก ต.ทับสะแก อ.ทับสะแก จว.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อเวลา15.18 น.ของวันที่ 27 มิ.ย. 2555 ที่ผ่านมา
พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อเวลาประมาณ 15.18 น.ของวันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา ตนได้รับการรายงานจากพล.ต.ต.วิเชียร ตันตะวิริยะ ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ว่าได้มีคนร้ายเป็นชายจำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์แบบผู้ชาย ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซุปเปอร์โฟร์ ขนาด 400 ซีซี สีแดง-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สวมหมวกนิรภัยแบบเต็มหน้า สวมถุงมือทั้งสองคน ใช้อาวุธปืนลูกซองยาว จำนวน 1 กระบอก และอาวุธปืนสเต็น มาร์คทู จำนวน 1 กระบอก เข้าทำการชิงทรัพย์ทองรูปพรรณ น้ำหนักประมาณ 200 บาท ราคาประมาณ 5,000,000 บาท ที่ร้านทองงามศิลป์ 2 ในตลาดเทศบาลทับสะแก ต.ทับสะแก อ.ทับสะแก จว.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งหลังการก่อเหตุคนร้ายได้หลบหนีไป
ซึ่งคดีดังกล่าว พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร.(ปป ๑),และ พล.ต.ท.เจตน์ มงคลหัตถี ผู้ช่วย ผบ.ตร. (ปป ๑๓ )ได้กำกับดูและเร่งรัดมาโดยตลอด ซึ่ง พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.สมบูรณ์ ฮวบบางยาง รอง ผบช.ภ.7,พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รอง ผบช.ภ.7และพล.ต.ต. พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ รอง ผบช.ภ.7 ได้ให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นคดีที่คนร้ายลงมือก่อเหตุอย่างอุกอาจ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย เป็นคดีสะเทือนขวัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน จึงได้มีการประชุมติดตามเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าว เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว และได้สั่งการให้ พล.ต.ต.วิเชียร ตันตะวิริยะ ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ แต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนร่วมกันทำการสืบสวนสอบสวน และให้ประสานการปฏิบัติกับ พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บังคับการ กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7,พ.ต.อ.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบก.สส.ภ.7 โดยใกล้ชิด
ต่อมาเมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2555 เวลา 12.43 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามตรวจยึดรถจักรยานยนต์ของกลาง ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นซุปเปอร์โฟร์ สีแดง-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายหมายเลขทะเบียน โดยหมายเลขตัวรถถูกขูดลบ และหมายเลขเครื่องถูกขูดลบบางส่วนอ่านได้เพียง NCE 23 E - จำนวน 1 คัน จอดล้มซุกซ่อนอยู่ในบริเวณบริษัท อุดมชัยแพลน บ้านคอกม้า หมู่ 8 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จว.ประจวบคีรีขันธ์ จากการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานอื่นๆ ทั้งก่อนเกิดเหตุขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ จนทราบตัวคนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุ จึงขออนุมัติศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ออกหมายจับผู้ต้องหาจำนวน 2 คน คือ นายสาธิต หรือ ไม้ พรหมแก้ว อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 ม.1 ต.ท่าหิน อ.สวี จ.ชุมพร ตามหมายจับที่ 442/2555 ลงวันที่ 3 ส.ค. 2555 นายอำพล หรือพล นามกร อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 76/2 ม.2 ต.ทุ่งระยะ อ.สวี จ.ชุมพร ตามหมายจับที่ 485/2555 ลงวันที่ 16 ส.ค. 2555 ในข้อหา ร่วมกันชิงทรัพย์ โดยมีและใช้อาวุธปืน และโดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกในการกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป และพยายามฆ่าผู้อื่น โดยเจตนาย่อมเล็งเห็นผล
ซึ่งต่อมาภายใต้การอำนวยการของ ผบช.ภ.7, รอง ผบช.ภ.7 , ผบก.สส.ภ.7 และ ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนของกองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7, ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ออกทำการสืบสวน ติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับทั้ง 2 ราย ให้ได้โดยเร็ว และเมื่อวันที่ 12 ส.ค. 2555 เวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจของกองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 ได้สืบทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 หลบหนีไปพักอาศัยอยู่ที่ ห้องพักเลขที่ 404 ชั้นที่ 4 ห้องเช่า ดาลี เรสซิเดนท์ ซึ่งตั้งอยู่ที่เลขที่ 364/22 ซอยรามคำแหง 53 (ซอยสันประเสริฐ) แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม. จึงได้นำกำลังเข้าปิดล้อมเพื่อจับกุม แต่ผู้ต้องหาได้ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหลบหนีไปได้ โดยผู้ต้องหา 1 คน ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุสามารถยึดของกลางได้คือ เครื่องเป่าไฟหลอมโลหะ 2 ชุด แก๊สกระป๋อง 2 กระป๋อง มาตรวัด 1 อันกระเป๋าเสื้อผ้าขนาดต่างๆ รวม 5 ใบ
]ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น.ของวันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจของกองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับทั้ง 2 คน ได้ในพื้นที่ อ.ศรีราชา จว.ชลบุรี พร้อมด้วยของกลาง คืออาวุธปืนลูกซองยาว ขนาด 12 ยี่ห้อ เรมิงตัน 870 จำนวน 1 กระบอก ไม่ปรากฏทะเบียน,หมวกกันน็อค จำนวน 2 ใบ (ที่ใช้ในวันปล้น)และจากการสอบสวนผู้ต้องหา ได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ว่าได้ร่วมกันวางแผนชิงทรัพย์ร้านทองงามศิลป์ 2 ในตลาดเทศบาลทับสะแก ต.ทับสะแก อ.ทับสะแก จว.ประจวบคีรีขันธ์ และยังให้การว่าได้ร่วมกันก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวและมีหมายจับในพื้นที่ อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี โดยนายสาธิตฯเคยถูกจับกุมคดีลักทรัพย์ ถูกคุมขังในเรือนจำจังหวัด ชุมพร เมื่อปี พ.ศ.2552 พ้นโทษเดือน ต.ค.2554 ต่อมาวันที่ 24 เม.ย. 2555 ก่อแหตุวิ่งราวทรัพย์ ที่ สภ.ปากน้ำหลังสวน จ.ชุมพร มีหมายจับ 72/2555 ลงวันที่ 26 มิ.ย.2555 นายอำพลฯ เคยถูกจำคุกในคดีลักทรัพย์ ที่เรือนจำจังหวัดชุมพร เมื่อปี พ.ศ.2551 พ้นโทษเมื่อเดือน ธ.ค. 2554 วันที่ 19 พ.ค.2555 และ ชิงทรัพย์ จ.นครศรีธรรมราช , และที่ จ.ชุมพร ชิงทรัพย์ วันที่ 25 เม.ย.2555 มีหมายจับ อีกหลายคดี โดยทั้งคู่มีสัมพันธ์เป็นคู่เกย์กันโดยนายสาธิต หรือ ไม้ พรหมแก้ว อายุ 26 ปี(เป็นเสือใบ) นายอำพล หรือพลหรืออั๋น นามกร(เป็นตุ๊ดเมีย)ทั้งคู่จะทำงานกันแค่ 2 คนเงินที่ได้มานำไปเล่นพนันบอลซื้อทรัพย์สินรถยนต์และเที่ยวเตร่บำเรอความสุขกันจนถูกจับได้ดังกล่าว.
นายอำพล หรือพลหรืออั๋น นามกร ให้การรับสารภาพว่า ตนอยากเรียนให้สูง ๆ ที่บังเอิญไปพลาดท่าเล่นการพนันบอลจนเป็นหนี้สินและไม่มีเงินจึงได้ร่วมกันก่อเหตุชิงทองนั้นก็เพื่อนำเงินมาเรียนและใช้หนี้พนันบอล
นายสาธิต หรือ ไม้ พรหมแก้ว ผู้ต้องหา บอกว่า ตนเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง จึงได้ศึกษาแนวทางการติดตามตัวคนร้ายและคิดค้นวิธีอำพรางตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกรูปแบบ และวางแผนอย่างแยบยลก่อนลงมือ โดยในการก่อเหตุชิงทรัพย์ ตนได้นำเอากระสอบใส่เป้ 2 ใบแล้วพันไว้ที่หน้าอก 2 รอบเพื่ออำพรางให้เป็นคนรูปร่างท้วมเตี้ย พร้อมกับเตรียมเรือใบไว้ในกระเป๋าสะพาย หากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามก็จะวางเรือใบทันที หลังก่อเหตุก็นำเอารถจยย.บิ๊กไบท์ ที่ซื้อมาในราคา 95,000 บาท ไปจอดทิ้งไว้ที่แพ้นปูนเก่าไม่ไกลจากที่เกิดเหตุมากนัก ก่อนขับรถยนต์เก๋งพานายอำพลหรือ พล หรืออั๋นไปรักษาบาดแผลที่ถูกยิงจำนวน 5 นัดที่รีสอร์ทพี่สาวในพื้นที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ก่อนนั่งเครื่องมากรุงเทพฯก่อนที่จะหลบหนีไปกบดานในพื้นที่จ.ชลบุรี และซื้อรถยนต์กระบะมาพร้อมกับซื้อขี้ไก่ขี้เป็ดเป็นกระสอบมาใส่ไว้ในกระบะรถขับ โดยเวลาไปไหนมาไหนก็จะบรรทุกกระสอบขี้เป็ดขี้ไก่ไปด้วย อำพรางว่าเป็นชาวสวนชาวไร่ แต่ก็ไม่พ้นฝีมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 7 ที่สามารถแกะรอยติดตามตัวตนได้อย่างรวดเร็ว
ความคิดเห็น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
- กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม อย่างวิญญูชน พึงกระทำ พร้อมลงนาม
- ทีม Nationchannel.com ขอสงวนสิทธิ์ ในการลบข้อความที่ หมิ่นต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
- ไม่ควรใช้ ถ้อยคำที่ หยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด กล่าวหาให้ร้ายผู้อื่น หรือสร้างความแตกแยก ในสังคม
- ทุกความคิดเห็นนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับ ทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ และ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้ทุกกรณี ประกอบกับ ทีมงาน ขอสงวนสิทธิ์ใน การลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็น





