นายก อบต.นาวังหินร้องผู้ว่าฯชลบุรี ตั้งกรรมการสอบไม่เป็นธรรม

by prevadee | 06.08.2012

ศูนย์ข่าวภูมิภาค ชลบุรี/ปรีวดี วิชัยประสิทธิ์



นายก อบต.นาวังหินร้องผู้ว่าฯชลบุรี ตั้งกรรมการสอบไม่เป็นธรรม หวังให้หลุดออกจากตำแหน่ง หมดสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งนายก อบต.สมัยหน้า ชี้นักการเมืองร่วมข้าราชการหวังสกัดเส้นทางการเมือง



เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 6 สิงหาคม นายสิงห์ทอง แจ่มอ้น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาวังหิน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี พร้อมด้วยนายเอกชาติ แจ้มอ้น รองนายกฯ และสมาชิกสภา อบต.นาวังหิน ได้ยื่นหนังสือให้นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี โดยมีเลขานุการผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีรับเรื่องขอความเป็นธรรมกรณีที่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเกี่ยวกับการจัดซื้อที่ดิน และการรื้ออาคารของสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลนาวังหินไม่ชอบธรรม



นายสิงห์ทองกล่าวว่าการมาพบนายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีในครั้งนี้ เนื่องจากตนไม่ได้รับความเป็นธรรม กรณีมีการร้องเรียนว่าการจัดซื้อที่ดิน 147 ตารางวา เพื่อเปิดทางเข้าสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลนาวังหิน 650,000 บาทซึ่งแพงกว่าราคาที่เป็นจริง และการรื้อถอนอาคารเก่าของสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลนาวังหิน ในฐานะเป็นผู้บริหารปล่อยปละละเลยในการปฏิบัติหน้าที่จนเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของราชการเสียหาย โดยทางจังหวัดชลบุรีได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยไม่ให้โอกาสนำพยานไปหักล้างข้อร้องเรียนดังกล่าว ในที่สุดได้มีการสรุปผลการสอบสวนว่ามีมูลความผิดจริง ซึ่งในเรื่องนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรม และได้พยายามต่อสู้เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมไปแล้วหลายหน่วยงาน



โดยชี้แจงว่าก่อนที่จะดำเนินการซื้อขายที่ดินได้มีการทำการสอบราคาหลายครั้ง พร้อมทั้งมีการต่อรองจากราคา 1.2 ล้านบาท จนเหลือราคา 650,000 บาท หลังจากนั้นได้นำเรื่องการซื้อขายที่ดินเข้าสู่สภาเพื่อพิจารณาขออนุมัติงบประมาณ สาเหตุที่ต้องดำเนินการเพราะทางเข้าสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลนาวังหินคับแคบ และหากเจ้าของที่ดินบริเวณข้างเคียงไม่อนุญาตให้ใช้ที่ดินเข้าออกจะคับแคบมากเหลือทางเข้าสำนักงานประมาณ 1 เมตรเศษเท่านั้น ประกอบกับเกรงว่าหากเจ้าของที่ดินขายที่ดินให้กับบุคคลอื่นจะส่งผลให้ทำลายทัศนียภาพของสำนักงาน จึงต้องดำเนินการซื้อที่ดินดังกล่าว และกระทำตามระเบียบทุกประการ ส่วนการรื้อถอนสำนักงานเก่านั้นเพราะมีสภาพทรุดโทรม ส่วนเศษวัสดุที่เหลือจากรื้อถอนทั้งหมดบางส่วนได้นำไปใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างเพื่อเติมของสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลนาวังหิน ส่วนเงินที่ตั้งเบิกไว้ 50,000 บาทก็ไม่ได้เบิกมาใช้แต่ประการใด โดยอาศัยพรรคพวกให้มาดำเนินการรื้อถอนให้ เพื่อรักษางบประมาณขององค์การบริหารส่วนตำบลนาวังหิน เพื่อไปใช้ประโยชน์ทางด้านอื่นต่อไป



ต่อมาทางจังหวัดชลบุรีได้มีคำสั่งให้ทางอำเภอพนัสนิคมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย โดยมีการแต่งตั้งนายปกาศิต ศึกสงคราม เป็นคณะกรรมการการสอบสวนอีกครั้งหนึ่งในระดับอำเภอ ทั้งที่เคยเป็นคณะกรรมการสอบสวนในระดับจังหวัดมาแล้ว ซึ่งเป็นการขัดต่อกฎหมายแห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางการปกครอง พ.ศ.2539 เนื่องจากอาจจะชี้นำต่อคณะกรรมการการสอบสวนระดับอำเภอได้ ประกอบกับในกระบวนการสอบสวนมีพิรุธ เพราะปรากฏว่ามีการเร่งรัดการสอบสวนเร็วผิดปกติ โดยมีการส่งหนังสือให้ตนไปให้ปากคำอย่างกระชั้นชิด ทำให้ไม่สามารถเตรียมพยาน และหลักฐานได้ทัน เช่น ส่งหนังสือเชิญไปให้ปากคำวันที่ 17 กรกฎาคม 2555 โดยส่งไปทางไปรษณีย์ และไปให้ปากคำในวันที่ 20 กรกฎาคม 2555 เวลา 09.00 น. แต่ปรากฏว่าได้รับหนังสือฉบับดังกล่าววันที่ 20 กรกฎาคม เวลา 14.30 น. ส่งผลให้ไปให้ปากคำไม่ทันตามกำหนด ทำให้เสียโอกาสในการชี้แจงข้อเท็จจริง และนำพยานไปหักล้างข้อกล่าวหา



พฤติการณ์ดังกล่าว เสมือนมีการตั้งธงให้ตนพ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาวังหิน และขาดคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาวังหิน ซึ่งจะหมดวาระในวันที่ 30 สิงหาคม 2555 ประกอบกับมีข่าวออกมาว่าได้มีนักการเมือง และข้าราชการบางคน พยายามสกัดกั้นให้หมดสิทธิ์ทางการเมือง เพื่อเปิดโอกาสให้บางคนได้มีโอกาสทางการเมืองโดยใช้วิธีลัดเพราะขาดคู่แข่งในการลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยอาศัยอำนาจรัฐเป็นเครื่องมือ ซึ่งเป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง จึงต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อขอความเป็นธรรม และรักษาชื่อเสียงและเกียรติยศ ที่สั่งสมมาตั้งแต่ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาวังหินมานานกว่า 30 ปี และเรื่องจะไปร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากคณะกรรมาธิการยุติธรรมอีกครั้งหนึ่งด้วย.

1009 views

ความคิดเห็น

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
  1. กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม อย่างวิญญูชน พึงกระทำ พร้อมลงนาม
  2. ทีม Nationchannel.com ขอสงวนสิทธิ์ ในการลบข้อความที่ หมิ่นต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
  3. ไม่ควรใช้ ถ้อยคำที่ หยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด กล่าวหาให้ร้ายผู้อื่น หรือสร้างความแตกแยก ในสังคม
  4. ทุกความคิดเห็นนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับ ทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ และ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้ทุกกรณี ประกอบกับ ทีมงาน ขอสงวนสิทธิ์ใน การลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็น