หน่วยงานพื้นที่ครวญหลังถูกมองทำงานอืด เหตุภาคอุตฯขนของเสียทิ้งพื้นที่อื้อ
ข่าว-หน่วยงานพื้นที่ครวญหลังถูกมองทำงานอืด เหตุภาคอุตฯแห่ขนของเสียทิ้งพื้นที่อื้อ
เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดแปดริ้วครวญ หลังถูกหลายฝ่ายมองทำงานอืด ส่งผลโรงงานชุ่ยแอบขนของเสียพ่วงสารเคมีทิ้งในพื้นที่อื้อ เผยที่ผ่านมาได้เข้าทำการตรวจสอบก่อนหน่วยงานอื่น พร้อมร่วมจับกุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ตามการร้องเรียนของชาวบ้าน และองค์กรท้องถิ่น ยันทำตามขั้นตอนของกฎหมายเคร่งคัด โอดงานมากเจ้าหน้าที่น้อยมีเพียง 3 ชีวิต แต่ดูโรงงานถึง 5,000 แห่ง
วันที่ 20 ก.ค.55 เวลา 14.30 น. นายภาวีร์ ม่วงน้อย หัวหน้าฝ่ายโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวถึงกรณี ถูกหลายฝ่ายมองว่าการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานเป็นไปอย่างล่าช้า จนนำไปสู่การแห่ทยอยขนกากของเสียจากภาคอุตสาหกรรมเข้ามาทิ้งในพื้นที่เป็นจำนวนมากนั้นว่า ที่ผ่านมาทางสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดได้ส่งเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 ร่วมกับเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าตรวจสอบพื้นที่การลักลอบนำน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมมาทิ้งในพื้นที่ ม.7 ต.หนองแหน ตามการร้องเรียนของชาวบ้าน
หลังการตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นกากของเสียที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญ ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชาวบ้านจริง จากนั้นจึงได้ร่วมกับศูนย์วิจัย และพัฒนาสิ่งแวดล้อมโรงงานภาคตะวันออก จ.ชลบุรี เก็บตัวอย่างน้ำเพื่อตรวจสอบวัดคุณลักษณะของน้ำทิ้ง พร้อมแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิด พ.ร.บ.โรงงาน และได้แจ้งไปยังผู้จัดการนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งของโรงงานต้นเหตุ (บริษัท อาเจไทย จำกัด เลขที่ 700/318 ม.6 ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมืองชลบุรี) ตั้งอยู่ให้ทราบ
จากนั้นจึงได้ร่วมกันวางแผนเข้าจับกุมผู้กระทำผิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเวลาต่อมา ขณะที่มีการลักลอบนำของเสียจากภาคอุตสาหกรรมเข้ามาทิ้งในพื้นที่อีกครั้ง (8 ก.ค.55) โดยระหว่างการจับกุมเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดยังได้ใช้โทรศัพท์ถ่ายคลิปวีดีโอในระหว่างการจับกุมไว้ด้วย ซึ่งคลิปดังกล่าวยังไม่เคยถูกนำไปเผยแพร่ยังที่ใด และจะได้มอบให้แก่ผู้สื่อข่าวไว้ด้วยเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการเผยแพร่ให้สังคมทราบต่อไป
ส่วนการตรวจสอบหาส่วนประกอบของสารเคมีปนเปื้อนมากับน้ำทิ้งนั้น ในการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 5-7 วัน จึงจะทราบผล ก่อนที่จะแจ้งความดำเนินคดีในความผิด ไปตาม พ.ร.บ.ควบคุมสารเคมีที่พบนั้นๆ จึงทำให้ถูกมองว่าการทำงานเป็นไปอย่างล่าช้าไม่ทันใจชาวบ้าน จึงได้พากันออกไปร้องเรียนยังหน่วยงานนอกพื้นที่ (ดีเอสไอ) ทั้งที่หน่วยงานในพื้นที่ ก็ต่างทำงานกันอย่างเต็มขีดความสามารถอยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้เรื่องของคดีก็ยังอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ และคงยังดำเนินการไปตามกฎหมายต่อไป
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ฝ่ายโรงงานของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทราเองนั้น ก็มีเพียงแค่ 3 นาย แต่ต้องคอยควบคุมดูแลโรงงานอุตสาหกรรมทั้งจังหวัดที่มีมากถึงกว่า 5 พันแห่ง การที่จะเข้าไปตรวจสอบจับผิดโรงงานต่างๆนั้น จึงทำได้ยาก อย่างเช่นกรณีรายล่าสุดจากการเข้าจับกุมการแอบลักลอบทิ้งวัตถุอันตรายใน ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม เมื่อ 2 วันที่ผ่านมานั้น (18 ก.ค.55) ผู้กระทำผิดที่เฝ้าสถานที่ทิ้งของเสียอยู่นั้นยังได้พกพาอาวุธปืนลูกซองยาวติดรถไว้ด้วย
ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายโรงงานนั้นไม่มีอาวุธใดๆติดตัวอยู่เลย จึงทำให้การปฏิบัติหน้าที่นั้นมีความเสี่ยงอันตรายค่อนข้างมาก จึงอยากให้ผู้ใหญ่ช่วยจัดหาหรืออนุมัติให้หน่วยงานมีอาวุธปืนไว้ใช้งานด้วย นายภาวีร์ กล่าว
ความคิดเห็น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
- กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม อย่างวิญญูชน พึงกระทำ พร้อมลงนาม
- ทีม Nationchannel.com ขอสงวนสิทธิ์ ในการลบข้อความที่ หมิ่นต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
- ไม่ควรใช้ ถ้อยคำที่ หยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด กล่าวหาให้ร้ายผู้อื่น หรือสร้างความแตกแยก ในสังคม
- ทุกความคิดเห็นนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับ ทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ และ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้ทุกกรณี ประกอบกับ ทีมงาน ขอสงวนสิทธิ์ใน การลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็น





